น้ำพุร้อนที่ อำเภอปายเป็นลักษณะบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติประมาณ 3-5 บ่อ มีบ่อใหญ่สามบ่อติดกัน หากสังเกตดี ๆจะพบว่ามีบ่อรูปหัวใจ ที่นักท่องเที่ยวนิยมถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกกัน พื้นที่บริเวณนี้ได้รับ การประกาศให้เป็นเขตวนอุทยาน บริเวณโดยรอบมีความสวยงามอีกแห่งนี้มีที่อาบน้ำแร่เล็ก ๆ ที่ถูกสุขลักษณะ มีการแยกห้องหญิงชายไว้อย่างดี นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ของวนอุทยานฯ รับประทานอาหารกลางวันด้วยก็ดี เหมาะสำหรับผู้รักสุขภาพและผู้ที่ชื่นชอบความเป็นธรรมชาติ มีที่พักให้เลือกสรรมากมายไว้คอยบริการ สามารถปั่นจักรยานเพื่อชมบรรยากาศรอบๆ ได้
วันอังคารที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
ปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่ แข่งขันดำนาที่ อำเภอบ้านธิ ลำพูน
การลงนามในการปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่ ของอำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน
นายวรชาติ ศรีไม้ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านธิ ร่วมกับ นายประเสริฐ จิตต์พลี นายอำเภอบ้านธิ และผู้แทนจาก สำนักงานเกษตร อ.บ้านธิ และบริษัทฟาร์มมาจำกัด และชุมนุมสหกรณ์ จ.ลำพูน ปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่ จ.ลำพูน (บ้านธิ) ณ ชุมนุมสหกรณ์ จ.ลำพูน จำกัด เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิต มีรายได้เพิ่มขึ้น และปลอดภัยต่อสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อม เป้าหมายมุ่งเน้นให้เกษตรกรพัฒนาศักยภาพผ่านกระบวนการผลิตสู่ข้าวระดับอินทรีย์ (Oganic) ภายใน 3 ปี และให้ อ.บ้านธิ เป็นเมืองแห่งการผลิตข้าวไรซ์เบอร์รี่ซึ่งจะทำให้เกษตรกรใน ต.บ้านธิ มีความยั่งยืนในการประกอบอาชีพต่อไป
นายอำเภอบ้านธิ ปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่เป็นปฐมฤกษ์
ประชาชนเข้าร่วมแข่งดำนา
บ้านห้วยไซหมู่ 9 ได้รางวัลที่1ไปครอง
นักเรียนในอำเภอบ้านธิเข้าร่วมแข่งดำนา
การแสดงของนักเรียนบ้านป่าตาลบ้านธิวิทยาคม
วันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2556
รักภูมิปัญญา
งานเวทีวิชาการ 8.9.10 ภูมิปัญญากับการพัฒนาสังคมไทย ภายใต้หัวข้อ
รักษ์ภูมิปัญญา จัดโดย สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 8. 9.และ10
ที่ สสว.8 จังหวัดลบบุรี ในวันที่ 24
มิ.ย. 2556 โดยมี นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดลบบุรีให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน
ในการจัดงานเวทีวิชาการ แต่ละสสว.ได้จัดนำเอาภูมิปัญญาของแต่ละท้องถิ่นนำมาจัดแสดงและสาธิตประกอบด้วย ภูมิปัญญาชาติพันธ์ไทยเบิ้ง ภูมิปัญญาโรงเรียนสร้างสุขผู้สูงอายุ ภูมิปัญญากับกานใช้กระดาษและร่วมเสวนา เช่น คุณประทีป อ่อนสลุง จากกลุ่มภูมิปัญญาชาติพันธ์ไทยเบิ้ง คุณอุบล ใส่ยอด กลุ่มภูมิปัญญาหมอลำ พ่อน้อยคำปวน ฟองจันตา กลุ่มภูมิปัญญากับการใช้กระดาษ โดยมีผู้เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมากประกอบด้วย คณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนซอย3 โรงเรียนโคกตูมวิทยาเข้าร่วมงานเวทีวิชาการ
จากการจัดงานครั้งนี้ นักเรียนซึงเป็นเยาวชนให้ความสนใจในการเรียนรู้ภูมิปัญญาที่นำมาสาธิต และร่วมเรียนรู้จากผู้มีองค์ความรู้ มาถ่ายทอดฝึกปฏิบัติ ทุกคนสนุกในการเรียนรู้ เช่น การตัดกระดาษ ทำดอกไม้กระดาษ ตุง ของสสว.10การปั้นดินของบ้านดินมดแดงของ สสว.8 การร้อยลูกปัด การสานตัวแมลงจากใบลาน การแสดงผ้าขาวม้าพาเพลิน ของ สสว.9 ส้อยดาวของเยาวชน เป็นการหารายได้เพื่อสมทบทุนในการศึกษาของนักเรียนโรงเรียนบ้านโคกตูม
ในการจัดงานครั้งนี้ ที่ประสบความสำเร็จมาจากการร่วมแรงร่วมใจของเจ้าหน้าที่ทั้งสาม สสว.ทุกคนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ปีต่อไปทุกคนคงอยากจะเปลียนไปจัดที่ สสว.9 บ้าง เพื่อจะได้เปลี่ยนสถานที่และให้โอกาส สสว.9 แสดงผีมือในการจัดงานเวทีวิชาการในครั้งต่อไป
ในการจัดงานเวทีวิชาการ แต่ละสสว.ได้จัดนำเอาภูมิปัญญาของแต่ละท้องถิ่นนำมาจัดแสดงและสาธิตประกอบด้วย ภูมิปัญญาชาติพันธ์ไทยเบิ้ง ภูมิปัญญาโรงเรียนสร้างสุขผู้สูงอายุ ภูมิปัญญากับกานใช้กระดาษและร่วมเสวนา เช่น คุณประทีป อ่อนสลุง จากกลุ่มภูมิปัญญาชาติพันธ์ไทยเบิ้ง คุณอุบล ใส่ยอด กลุ่มภูมิปัญญาหมอลำ พ่อน้อยคำปวน ฟองจันตา กลุ่มภูมิปัญญากับการใช้กระดาษ โดยมีผู้เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมากประกอบด้วย คณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนซอย3 โรงเรียนโคกตูมวิทยาเข้าร่วมงานเวทีวิชาการ
จากการจัดงานครั้งนี้ นักเรียนซึงเป็นเยาวชนให้ความสนใจในการเรียนรู้ภูมิปัญญาที่นำมาสาธิต และร่วมเรียนรู้จากผู้มีองค์ความรู้ มาถ่ายทอดฝึกปฏิบัติ ทุกคนสนุกในการเรียนรู้ เช่น การตัดกระดาษ ทำดอกไม้กระดาษ ตุง ของสสว.10การปั้นดินของบ้านดินมดแดงของ สสว.8 การร้อยลูกปัด การสานตัวแมลงจากใบลาน การแสดงผ้าขาวม้าพาเพลิน ของ สสว.9 ส้อยดาวของเยาวชน เป็นการหารายได้เพื่อสมทบทุนในการศึกษาของนักเรียนโรงเรียนบ้านโคกตูม
ในการจัดงานครั้งนี้ ที่ประสบความสำเร็จมาจากการร่วมแรงร่วมใจของเจ้าหน้าที่ทั้งสาม สสว.ทุกคนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ปีต่อไปทุกคนคงอยากจะเปลียนไปจัดที่ สสว.9 บ้าง เพื่อจะได้เปลี่ยนสถานที่และให้โอกาส สสว.9 แสดงผีมือในการจัดงานเวทีวิชาการในครั้งต่อไป
โรงไฟฟ้าหงสา
การเกิดโครงการใหญ่ๆย่อมมีผลดีและผลเสีย
เกิดผลกระทบต่อพื้นที่และผู้คนจำนวนมากอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากพื้นที่นั้นตั่งอยู่ในชุมชนที่มีผู้คนอาศัยจำนวนมาก
การได้มาของโครงการก็ต้องมีคนที่ต้องเสียสละ และผู้เสียสละเป็นผู้มีเกียรติ
คนหงสาจึงได้ชื่อว่าเป็นผู้เสียสละที่มีเกียรติของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
โรงไฟฟ้าหงสา ซึงมีขนาดใหญ่ ประชาชนซึ่งอาศัยในพื้นที่ใช้ทำเหมืองลิกไนต์ ถูกย้ายไปอยู่ยังหมู่บ้านใหม่ที่ไม่ไกลจากโรงไฟฟ้ามากนัก
หมู่บ้านที่จัดให้ มีกำหนดขนาด A. B. C . D
ตามฐานะเดิมของผู้ถูกอพยพที่มีบ้านใหญ่เล็กไม่เท่ากัน จึงมีการแบ่งเป็นบ้านระดับ.
จะได้รับการจัดสรรที่ดินสำหรับการปลูกสร้างบ้าน450
ตารางเมตร ค่าใช้จ่ายในการขนย้ายทางโครงการออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด
ทั้งวัสดุ เครื่องมือก่อสร้าง และให้ที่ทำกิน 2
เฮกตาร์ หรือ 12 ไร่ ในการประกออาชีพโดยขอแบ่งจากคนพื้นที่อยู่เดิม ระหว่างที่ผลผลิตยังไม่ออกทางโครงการไห้ค่าใช้จ่ายรายเดือนเป็นเงินค่ายังชีพประมาณ
9000กีบต่อคนต่อเดือน ส่งเสริมการปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และหัตถกรรม พร้อมหาตลาดรองรับ
สร้างตลาดสดให้ใหม่ อยู่ห่างจากโรงไฟฟ้าประมาณ 2 กิโลเมตร
เพื่อป้องกันผลกระทบต่อชุมชนทางโรงไฟฟ้าจึงสร้างปล่องระบายมลพิษในระดับที่สูงกว่าปกติ
ด้านฝั่งไทยชายแดนจังหวัดน่านนั้นอยู่ไม่ไกลจากโรงไฟฟ้าหงสา
จำต้องมีป่าไม้ผืนใหญ่ล้อมรอบเพื่อลดมลพิษจากโรงไฟฟ้าหงสา
เพราะที่ตั้งของโรงไฟฟ้าหงสาอยู่สูงกว่าฝั่งไทยรวมทั้งมีปล่องระบายมลพิษสูง
ป่าไม้สามารถเป็นกำแพงกรองมลพิษได้อย่างดี
แต่แนวชายแดนไทย-ลาวที่นั่งรถผ่านตลอดเส้นทาง พบแต่ภูเขาหัวโล้นและมีร่องรอยการเผาหญ้าบุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อเตรียมการเพาะปลูกข้าวโพดในต้นฤดูฝน
การปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของบริษัทผลิตอาหารสัตว์รายใหญ่ของประเทศไทยทำให้เกิดการทำลายป่า
จะทำอย่างไรจะลดการทำลายป่าของเกษตรกรไทย
ในช่วงที่มีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขณะนี้ มีการขนส่งวัสดุก่อสร้างผ่านจังหวัดน่านไปยังฝั่งลาว
รัฐบาลไทยที่ใช้เงินปรับปรุงถนนฝั่งไทย เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนสินค้าผ่านด่านห้วยโกร๋น
จ. น่าน ไปลาว
จากถนนเดิมซึ่งแคบและสูงชันถูกปรับเป็นถนนอย่างดีและเปิดพื้นที่บนเขาเพื่อลดความชันของถนนไว้รองรับการขนส่งด้วยรถบรรทุกขนาดใหญ่
ไฟฟ้าเป็นกลายสิ่งที่จำเป็นต่อสังคมปัจจุบันไปเสียแล้ว
คนที่ยิ่งมีฐานร่ำรวยเท่าใดก็จะทำให้มีส่วนที่เกี่ยวข้องกับการใช้ไฟฟ้ามากขึ้น บ้านเมืองที่ยิ่งเจริญมากเท่าใดก็ยิ่งใช้ไฟฟ้ามากขึ้นอีก
เพราะความต้องการที่ไม่พอเพียงเราจึงต้องแสวงหามันมาให้มากที่สุดเพื่อตอบสนองความต้องการ
การที่จะได้มาจึงจำต้องแลกกับปัญหา และผลกระทบบ้างบางอย่าง
เพื่อสนองตอบสิ่งที่ต้องการมากกว่านั้นเอง
วันอังคารที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2555
วันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2555
ปกาเกอะเญอ
กะเหรี่ยง เป็นกลุ่มชาติพันธุ์หนึ่ง เดิมอาศัยอยู่แถบบริเวณต้นแม่น้ำสาละวินของพม่า ต่อมาได้อพยพเข้าสู่ประเทศพม่าและไทย มีภาษาพูดเรียกว่าภาษากะเหรี่ยง จัดในตระกูลภาษาจีน-ทิเบต
ชาวกะเหรี่ยงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวหลายอย่าง นอกเหนือจากภาษาพูดแล้ว ยังมีการแต่งกาย ศิลปะการแสดง และประเพณีต่างๆ ปัจจุบันมีชาวกะเหรี่ยงในประเทศพม่าประมาณ 7 ล้านคน และในไทยประมาณ 4 แสนคน
อนึ่ง คำว่า "กะเหรี่ยง" นั้น บางท่านถือว่าเป็นคำไม่เหมาะสม เป็นการเรียกด้วยความดูถูก แต่ชาวกะเหรี่ยงในบางชุมชน ก็แนะนำตัวเองว่า กะเหรี่ยง มิได้เห็นเป็นคำไม่เหมาะสมหรือดูถูก ทั้งนี้ความรู้สึกดังกล่าวยังขึ้นอยู่กับทรรศนะของผู้เรียกด้วย
กลุ่มชาติพันธุ์ “กะเหรี่ยง” คนล้านนาและคนทางภาคตะวันตกมักเรียกกะเหรี่ยงว่า “ยาง” พม่าเรียกพวกนี้ว่า “กะยิ่น” ฝรั่งเรียกว่า “กะเรน” (บางที่เขียนว่า กะเร็น) แต่พม่าออกเสียง ร เป็น ย แต่คำว่า กะเหรี่ยง กะเรน หรือกะยิ่น ก็เป็นคำที่พวกเขาไม่ชอบนัก สังเกตได้จากเมื่อครั้งพม่าได้รับเอกราช พวกเขาได้ตั้งชื่อรัฐของตนเองว่า “กะยา” แปลว่า “คน” (จิตร ภูมิศักดิ์, 2544: 279-280) อย่างไรก็ตาม เรื่องของชื่อเรียก “กะเหรี่ยง” นี้ยังเป็นปัญหาไม่เป็นที่ยุติ หลายคนในปัจจุบันเข้าใจว่าชื่อเรียกกลุ่มชาติพันธุ์นี้ไม่สมควรจะเรียกว่า “กะเหรี่ยง” อีกต่อไป เพราะมีความหมายไปเชิงดูถูก โดยสมควรให้เรียกว่า “ปกาเกอะญอ” แทน แต่หากศึกษากันไปแล้วกลับพบว่ามีกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงหลายกลุ่มที่เรียกตนเองว่า “กะเหรี่ยง” และกลุ่มชาติพันธุ์ที่เดิมนักมานุษยวิทยาเห็นว่าควรจัดอยู่ในกลุ่มของกะเหรี่ยงกลับไม่ได้เรียกตัวเองว่ากะเหรี่ยงแต่อย่างใด กลับเรียกเป็นชื่ออื่น กลุ่มชาติพันธุ์ที่ถูกเรียกว่ากะเหรี่ยงมีหลายกลุ่มแตกต่างกันไป กลุ่มชาติพันธุ์กลุ่มใหญ่ๆ มี ปกาเกอะญอ (สกอว์) โพล่ง (โปว์) ตองสู้ (ปะโอ) และบะแก (บะเว)
http://www.mediafire.com/?dud3zd65hd31g
http://www.mediafire.com/?dud3zd65hd31g
แหล่งข้อมูลอื่น
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

